[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by ATOMYMAXSITE 2.5
ศูนย์ข้อมูลข่าวสารของราชการ โรงพยาบาลสุรินทร์
  
MainMenu
ระบบสมาชิก
Username :
Password :
[ สมัครสมาชิก ] | [ ลืมรหัสผ่าน ]
สมาชิกทั้งหมด 4 คน
สมาชิกที่กำลังออนไลน์ 0 คน
Links
สถิติผู้เข้าชม Website

 เริ่มนับ 8/มิ.ย./2560
ผู้ใช้งานขณะนี้ 2 IP
ขณะนี้
2 คน
สถิติวันนี้
210 คน
สถิติเมื่อวานนี้ี้
156 คน
สถิติเดือนนี้
2672 คน
สถิติปีนี้
19600 คน
สถิติทั้งหมด
19600 คน
IP ของท่านคือ 3.227.249.234
(Show/hide IP)


  

   เว็บบอร์ด >> โรงพยาบาลสุรินทร์ >>
"แมลงก้นกระดก" อันตรายช่วงปลายฤดูฝน ที่ก่อให้เกิด "ผิวหนังอักเสบ"  VIEW : 671    
โดย 4891

UID : ไม่มีข้อมูล
โพสแล้ว : 42
ตอบแล้ว : 6
เพศ :
ระดับ : 5
Exp : 59%
เข้าระบบ :
ออฟไลน์ :
IP : 104.236.55.xxx

 
เมื่อ : พุธ ที่ 9 เดือน ตุลาคม พ.ศ.2562 เวลา 22:00:58    ปักหมุดและแบ่งปัน

สถาบันโรคผิวหนังเตือนประชาชนช่วงปลายฝนให้ระวังโรคผิวหนังจากการสัมผัสด้วงก้นกระดก พบมากบริเวณนอกร่มผ้า  ลักษณะเป็นผื่นแดงหรือเป็นรอยไหม้  หากรับพิษมาก แพ้รุนแรงจะมีไข้สูงมีอาการทางระบบหายใจ และหากเป็นที่ตาอาจทำให้ตาบอด
บี้แมลงก้นกระดก อาจทำให้เกิดผื่นผิวหนังอักเสบได้
นายแพทย์มานัส โพธาภรณ์  รองอธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า จากกรณีการเสนอข่าวเรื่องเตือนภัย หนุ่มถูกแมลงก้นกระดก แพ้จนเป็นเหวอะขึ้นที่หน้า หากพบอย่าโดนหรือสัมผัสนั้น ด้วงก้นกระดกหรือแมลงก้นกระดก เป็นแมลงที่พบมากในนาข้าวและพื้นที่การเกษตร  โดยพบมากในช่วงปลายฤดูฝน จากข้อมูลด้านระบาดวิทยาของผู้ป่วยที่มารับการรักษาที่สถาบันโรคผิวหนัง พบว่าช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม จะมีการกระจายตัวของผู้ป่วยภาวะผื่นผิวหนังอักเสบจากด้วงก้นกระดกมากที่สุด อาการผิวหนังอักเสบ เกิดจากการที่มีแมลงมาเกาะตามร่างกายแล้วเผลอปัด หรือบี้ทำให้แมลงท้องแตกและสัมผัสกับสารพิษในตัวแมลง อาการจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับปริมาณสารพิษที่สัมผัส ไม่ได้เกิดขึ้นทันที แต่จะมีอาการหลังสัมผัสแล้วประมาณ 8-12 ชั่วโมง  พบมากบริเวณนอกร่มผ้า  โดยมีลักษณะเป็นผื่นแดงหรือเป็นรอยไหม้ รูปร่างมักเป็นทางยาว เป็นไปตามรอยปาดของมือที่บี้แมลง
อาการผิวหนังอักเสบจากแมลงก้นกระดก
แพทย์หญิงมิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ลักษณะของผื่นที่โดนแมลงด้วงก้นกระดก ผื่นมีขอบเขตชัดเจน  ในระยะ 2-3 วัน จะมีตุ่มน้ำพองใสและตุ่มหนองขนาดเล็กเกิดขึ้น อาการคันมีไม่มากนัก แต่มักมีอาการแสบร้อนร่วมด้วย หากสารพิษในตัวแมลงกระจายถูกบริเวณดวงตา จะทำให้ตาบวมแดง และอาจตาบอดได้  ทั้งนี้ ผื่นบริเวณใบหน้า รอบดวงตา หรือบริเวณผิวอ่อน มักจะมีอาการรุนแรงมากกว่าที่อื่น  แต่บริเวณฝ่ามือจะไม่ค่อยมีอาการเนื่องจากบริเวณนี้มีผิวหนากว่าผิวส่วนอื่น  ซึ่งอาการอักเสบเหล่านี้จะหายไปในเวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์  โดยทั่วไปอาการอักเสบจากด้วงก้นกระดกจะไม่รุนแรง ยกเว้นในรายที่ได้รับพิษจำนวนมาก หรือมีอาการแพ้รุนแรงจะมีไข้สูง และมีอาการทางระบบหายใจ
วิธีปฐมพยาบาล ผิวหนังอักเสบจากแมลงก้นกระดก
ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง ให้คำแนะนำเพิ่มเติมว่า สำหรับการรักษาและการป้องกันเมื่อสัมผัสกับแมลงก้นกระดก ควรทำดังนี้
ล้างผิวหนังบริเวณที่มีอาการด้วยน้ำสะอาด ฟอกสบู่ หรือเช็ดด้วยแอมโมเนีย 
อย่าเกาเพราะจะทำให้มีการติดเชื้อแทรกซ้อนได้
หากอาการไม่ดีขึ้นให้รีบไปพบแพทย์
การป้องกันตัวเองจากแมลงก้นกระดก
ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสแมลง หากแมลงมาเกาะตามร่างกาย อย่าตบหรือตีแต่ให้เป่า หรืออาจจะใช้เทปกาวใสมาแปะตัวแมลงออกไป
ก่อนนอนควรปัดที่นอน ผ้าห่มจนแน่ใจว่าไม่มีแมลง
ปิดประตูหน้าต่างให้มิดชิด เปิดไฟเฉพาะที่จำเป็นเพื่อไม่ให้แมลงชนิดนี้มาเล่นไฟ


แทงบอลออนไลน์ UFA23.com เว็บไซต์อันดับหนึ่ง

เว็บมาตรฐานระดับสากลการันตีด้วยประสบการณ์ในการดูแลและให้บริการเว็บ พนันออนไลน์ มานานหลายปี มั่นคงปลอดภัย 100%